สำรวจความคิดเห็น
ตุลาคม 17, 2008กลิ่นปฏิวัติโชยมา
ตุลาคม 17, 2008
การเมืองไทยในช่วงนี้ กระแสการปฏิวัตินั้นมาแรงเหลือเกิน มาควบกับกระแสการรบปะทะเขมรเลย แต่สงสัยกระแสปฏิวัติช่วง 17-21 ตุลาคมนี้ จะแรงกว่า เพราะนี่ช่างเป็นบรรยากาศของการชิงไหวชิงพริบของผู้มีอำนาจทั้งหลาย จริงๆ แล้วเราเป็นฝ่ายเชียร์มือตบน่ะนะ ยังไงก็ให้กำลังใจทหารทำในสิ่งที่ถูกต้อง คงไม่ต้องพูดว่า…ปฏิวัติมันเสียสิ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป… แม้จะแอบคิดนะ แต่ก็ยังชั่งใจอยู่ เพราะว่ากระแสรังเกียจการปฏิวัตินี่ ก็เป็นกระแสที่แรงไม่น้อยเช่นกัน ถ้าจะทำให้กระแสนี้อ่อนตัวลงได้ ก็คงต้องเป็นช่วงเวลาเดียวกับมหกรรมบอลโลกเท่านั้นที่จะมาดับความสนใจ หรือแรงวิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคมนี้ได้
คนไทยพ.ศ.นี้เจอเรื่องเครียดจากมรสุมหลายๆ ลูกด้วยกัน เริ่มจากเมื่อกลางปี เจอน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง เดือนกันยาเจอน้ำท่วม กระแสความขัดแย้งที่ต่างฝ่ายต่างช่วยกันโหมให้ไฟอาฆาตแค้น เกลียดกัน โหมกระหน่ำ ช่วงนั้นรู้สึกเครียด เจอลุงหมักสัมภาษณ์แต่ละที ก็เครียดหนักเข้าไปอีก คิดว่า….แล้วอย่างนี้มันจะจบลงอย่างไร และเมื่อท่านจากไปเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต ก็รู้สึกเบาหู เบาสมองขึ้นมาพอสมควร กระแสมันเบาลง แต่ก็เบาลงไม่ถึงเดือน…ดันมาเกิดเหตุการณ์นองเลือดแถวราชดำเนินอีก มิหนำซ้ำมาเจอข่าวธนาคารล้ม เงินภาษีคนเมกันหายแว้บไปหลายหมื่นล้านเหรียญ เป็นสัญญาณให้โลกรู้ว่ายักษ์อย่างเมกันยังล้มได้ แล้วเอเชียล่ะ จะรอดจากปากเหวของพิษเศรษฐกิจพิฆาตนี้ได้หรือ เห็นเค้าว่าพิษภัยนี้เริ่มต้นกันปีหน้า แต่เรื่องปีหน้าคงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนไทย…ชาวบ้านๆ อย่างเรา ตอนนี้เราโฟกัสที่การเมือง 2-3 วันนี้ต่างหาก ระหว่างคนสาม-สี่กลุ่ม ที่มี 2 ขั้ว คือ ขั้วที่เอาทักษิณ กับ ขั้วที่ไม่เอาทักษิณ ขั้วไหนจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ที่ชนะแน่ๆ ไปเปราะหนึ่งคือ “ประชาธิปปัตย์” ที่ชนะการเลือกตั้งท้องถิ่น เราเองก็เชียร์คุณอภิรักษ์… เชียร์มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่แกอยู่บริษัทเลย์เลยล่ะนะ ตอนนั้นน่ะ…เป็นเพราะความหล่อมันเข้าตา มันก็เลย…นะ..พิเศษหน่อย แต่ตอนนี้ถึงแกจะหง่อมไปหน่อย แต่ก็ยังชอบมาดผู้นำของแก ดูจะเข้าตากว่าผู้สมัครคนอื่นๆ…
ใครที่ไม่อยากเห็นการนองเลือดอีก อย่างที่โหรชื่อดังออกมาทำนาย ก็ต้องหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ..อฐิษฐานขอให้ประเทศสงบสุข แหมความคิดนี้นางเอกมากเลย.. ยังไงก็อยากแนะนำนะว่าการสวดมนต์เป็นหนทางที่ดีหนทางหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะมีทางออกหรือไม่ พูดง่ายๆ ว่าหาทางออกไม่เจอ เพราะตอนนี้ ดิฉันเองก็หมั่นสวดมนต์ ไหว้พระบ่อยขึ้น เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์นำทาง ยอมเป็นที่อุ่นใจกว่าไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว เราไม่ต้องไปเสียเงินเดินทางไปไหว้พระตามที่ไกลๆ เสียเงินเสียทองหรอก พระในบ้านของเรา พระที่อยู่บนหิ้ง ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย เป็นพระห้อยคอ ก็สามารถกราบไหว้บูชาได้ ถ้าเรากราบไหว้พระที่บ้านดีๆ แล้ว ดูแลหิ้งพระบ้าง ก็เชื่อจะทำให้ชีวิตเกิดสิริมงคลได้ค่ะ
สำหรับเรื่องการปฏิวัติ การยึดอำนาจ การเปลี่ยนขั้วทางการเมือง หรือการนองเลือดจะเกิดขึ้น เราก็ขอให้เป็นไปอย่างราบรื่น ให้ทุกอย่างส่งผลกระทบน้อยที่สุด ..แต่ขอยืนยันนะคะว่า อยากเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลง ไม่อยากเห็นนักการเมืองนับถืออำนาจเงินเป็นหลัก อยากให้นักการเมืองมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ไหนๆ ก็ เป็นที่รู้จักของคนในสังคมทั้งประเทศ ก็อยากให้คนได้ระลึกถึง คนเขากราบไหว้ท่าน เพราะเขาศรัทธาท่าน มากกว่าอย่างอื่นค่ะ
Royal Botanic Gardens
ตุลาคม 17, 2008อยากจะแชร์เรื่องราวของความทรงจำสมัยที่พี่จันไปเรียนที่ซิดนีย์ สมัย 15-16 ปี ก่อน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานแสนนาน แต่สวนสาธารณะที่แทรกตัวกลางมหานครซิดนีย์แห่งนี้มีความงดงามมาก และมีค่าในความทรงจำมากมายเหลือเกิน ที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของคนซิดนีย์แล้ว ยังเป็นแหล่งรวมของพันธุ์ไม้นานาชนิด พืชพรรณเมืองหนาว พืชพรรณเมืองร้อน เข้าใจว่าเป็นแหล่งอนุบาลพืชพรรณด้วย ในวันหยุด…ที่นี่จะเปิดต้อนรับให้ทุกคนมาทำกิจกรรม เดินเล่น อ่านหนังสือ เด็กๆ มาเล่นดนตรี ทุกๆ มุมของสวนแห่งนี้ต่างก็สวยงามไปคนละแบบ และในครั้งหนึ่ง..ที่นี่ก็เป็นห้องเรียนธรรมชาติของนักศึกษาวิชา Graphic Design ของโรงเรียน Billy Blue ที่มีโรงเรียนขนาดน่ารัก เด่นตระหง่านสวนสาธารณะที่ North sydney อาคารนั้นถูกทาสีได้น่ารักเหมือนตึกการ์ตูนก็ไม่เชิงเสียทีเดียวนัก ในวันนั้นอาจารย์ผู้สอนซึ่งก็จำชื่อไม่ได้แล้ว ท่านเป็นนัก Typography ที่เก่งคนนึงของซิดนีย์ ท่านให้พวกเราเข้านั่งฟังการบรรยายเล็กน้อย แล้วบอกคอนเซ็ปต์งานว่าอยากได้งานแบบ Typography ในคอนเซ็ปต์ของสวนแห่งนี้ให้ทุกคนจินตนาออกมาซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ วันนั้นทุกคนก็พยายามเต็มที่ที่จะทำให้งานของตนเองออกมาดีที่สุด และต้องได้เกรดดีๆ ด้วย จัดเป็นงานที่ยากที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง …เพราะว่าไม่รู้ว่างานที่คิดออกมานี้จะใช่งานในแบบของอาจารย์ท่านนี้หรือไม่ ในวันส่งผลงาน ทุกคนก็ทยอยเอางานของตนเองออกมาตั้งโชว์ที่หน้าชั้น แต่ก็ไม่มีใครเข้าตาอาจารย์เลยสักคน แม้แต่ตัวพี่จันเอง แต่งานนี้ดาวเด่น…แม่เด็กสาวผมสีทองชื่อ Maxim เธอเป็นคนเดียวที่ทำงานออกมาเข้าตามากที่สุด ง่ายๆ แต่เฉียบแบบ Typography ไง เอ่ยถึง Typography มาตั้งนานยังไม่ได้อธิบายเลยว่ามันคืออะไร มันก็คือศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้การสร้างสรรค์ผ่านตัวอักษรเพื่อสื่อแทนความหมายต่างๆ หรือ ความคิดที่เราต้องการสื่อออกไป
จริงๆ ความประทับใจที่เกิดขึ้นจากที่ได้เกริ่นมาข้างต้นนั้น มันเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่มันก็เป็นความทรงจำหนึ่ง และเห็นผลดีของการใช้ห้องเรียนธรรมชาติ เป็นแรงจูงใจให้นักเรียนผลักดันความคิดออกมา ในสายตาของอาจารย์ฝรั่ง เค้าไม่ต้องการเห็นผลงานที่นักเรียนถ่ายทอดมุมมองที่ทุกคนคิดเหมือนกันหมด หรือ เป็นไอเดียที่เสนอมุมมองที่ทำออกมาใหเห็นโจ่งแจ้งจนเกินไป Typography เป็นศาสตร์ในแนวลึก และเรียบ ดังนั้น จึงเป็นงานที่ยาก ใครที่เรียนจบด้านนี้สำหรับที่ออสเตรเลียในสมัยนั้น ถือว่ายืดอกได้เลย …มันเท่ห์สุดๆ อ้อ พอเขียนจะจบแล้วนึกชื่ออาจารย์หนวดงาม ผมน้อย ลงพุง พูดจาเสียงอยู่ในลำคอ เหมือนพวกสกอตแลนด์ ได้ขึ้นมาทันที ท่านชื่อ อาจารย์ Raurance ค่ะ ถ้าสะกดถูกนะ
ในครั้งหน้า…ถ้ามีความทรงจำอะไรดีๆ จะกลับมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ…พี่จัน
โพสต์โดย visa4uk
โพสต์โดย visa4uk 
โพสต์โดย visa4uk 